ผ้าม่านพับ Roman blind

ผ้าม่าน 1

ม่านพับ Roman blind อีกหนึ่งรูปแบบที่เป็นผ้าม่านที่นิยม ด้วยลักษณะที่เรียบง่าย ด้วยการพับเป็นชั้นๆ ซ้อนกัน โดยระบบรางสำหรับม่านพับโดยเฉพาะ เมื่อต้องการเปิดม่าน แค่ดึงโซ่วนหรือโซ่ไข่ปลา ผ้าม่านจะถูกดึงไปเก็บที่ด้านบน ไม่เสียพื้น เปิดทัศนะวิศัลทำให้การมองเห็นมากกว่า  การใช้งาน รูดเปิด-ปิดขึ้นลงแนวดิ่ง  เป็นผ้าม่านที่นิยมอีกแบบ ด้วยเป็นรูปแบบที่ทันสมัย สำหรับคนรุ่นใหม่ ม่านพับจะใช้รางเฉพาะ ตัวรางเป็นอลูมิเนียมทรงเหลี่ยม มีอุปกรณ์ควบคุมในการหยุดม่านในตำแหน่งที่ต้องการ เมื่อหยุดการดึง  ผ้าม่านจะคงที่ในในระยะที่เราต้องการ เมื่อติดตั้งแล้วจะมองไม่เห็นราง จะมีโซ่ไข่ปลาไว้สำหรับปรับดึงขึ้น-ลง เพื่อเปิด-ปิดผ้าม่าน

ผ้าม่านพับ ตกแต่งได้หลายรูปแบบ อาจใช้ผ้าต่างสีมาตัดขอบ เพื่อความโดดเด่นสดุดตา หรืออาจเพิ่มเติม ตกแต่งด้วยเพิ่มชายครุยตามการออกแบบ เพื่อให้เกิดความหรูหรา สวยงาม จุดเด่นอีกอย่างของผ้าม่านพับ คือยื่นออกจากผนังไม่มาก โดยยื่นออกมาแค่ประมาณ 3 ซม.เท่านั้น

คุณรู้จักวาล์วจำกัดความดัน รึยัง ?

44

วาวล์จำกัดความดันเป็นวาล์วที่ใช้ในการควบคุมความดันสูงสุดของระบบ โดยปกติจะมีปั๊มเป็นตัวสร้างแรงดันของน้ำมันไฮดรอลิกเพื่อส่งเข้าสู่อุปกรณ์ต่างๆในระบบ แต่เนื่องจากในบางครั้งแรงดันในระบบอาจจะสูงมากกว่าค่าที่กำหนดไว้จึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่จะช่วยระบายแรงดันส่วนเกินออก โดยเมื่อความดันของระบบสูงขึ้นจนถึงความดันสูงสุด วาล์วก็จะระบายนํ้ามันไฮดรอลิกออกจากระบบเพื่อลดความดันของระบบลง เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ไฮดรอลิกเกิดการชำรุดเสียหาย วาล์วจำกัดความดันจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

วาล์วจำกัดความดันแบบทางตรง (Direct operate relief valve)

เป็นวาล์วจำกัดความดันโดยอาศัยหลักการของแรงดันมากระทำกับก้านวาล์วและค่าของสปริงโดยตรง เหมาะกับงานที่มีอัตราการไหลของปั้มไฮดรอลิกที่ไม่สูงมาก (ไม่เกิน 20 ลิตร/นาที) นอกจากนี้ยังสามารถนำไปต่อเป็นการทำงานแบบรีโมทได้อีกในกรณีที่เครื่องจักรมีขนาดใหญ่และต้องการปรับค่าจำกัดความดันในจุดต่างๆของเครื่องจักร

วาล์วไฮดรอลิกควบคุมทิศทางแบบทางอ้อม (Hydraulic pilot operated relief valve) วาล์ไฮดรอลิกควบคุมทิศทางแบบอ้อม ประกอบด้วยวาล์วนำ (pilot valve) ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการทำงานของวาล์วหลัก (main valve) ถ้าความดันของน้ำมันในระบบตํ่ากว่าความดันของระบบ วาล์วหลักก็จะปิดอยู่โดยนํ้ามันจากทางเข้าก็จะไหลผ่านไปอยู่ด้านหลังของตัวลิ้นของวาล์วหลัก ทำให้ความดันทั้งสองด้านของตัวลิ้นสมดุล เมื่อความดันของระบบเพิ่มขึ้น ความดันของนํ้ามันในช่องหมายเลข 2 ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งถ้าความดันนี้สูงจนชนะแรงสปริงของวาล์วนำ นํ้ามันจากช่อง 2 ก็จะไหลออกทางช่องระบายด้านบน ทำให้นํ้ามันด้านหลังของตัวลิ้นของวาล์วหลักลดลง ตัวลิ้นของวาล์วหลักก็จะเปิดให้นํ้ามันไหลกลับเข้าถัง และตัวลิ้นนี้จะปิดลงอีกเมื่อความดันของระบบลดลงตํ่ากว่าแรงสปริงของวาล์วนำ วาล์วแบบนี้จะใช้กับระบบที่มีปริมาณการไหลสูงและต้องการความดันของระบบค่อนข้างคงที่ขณะที่ระบายนํ้ามันออก

ความเป็นมาของการสวดมนต์

พิมพ์หนังสือสวดมนต์ 1

คนอาจสงสัยว่าบทสวดมนต์มากมายที่เราสวดกันมีความเป็นมาอย่างไร เพื่อให้คลายความสงสัยจึงหาคำตอบมาได้ดังนี้

การสวดมนต์มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยเริ่มจากพระสงฆ์สาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับการฟังธรรมจากพระพุทธองค์แล้วกลัวหลงลืม แรก ๆ จึงนำเอาคำสั่งสอนนั้นมาทบทวนด้วยตนเองบ้าง เป็นคณะบ้าง เมื่อคล่องปากจำได้ตามที่เรียกว่า “วาจุคคโต” เนื่องจากในสมัยนั้นตัวหนังสือที่จะใช้บันทึกยังไม่มี แต่พอเวลานานเข้าเกรงว่าพระธรรมวินัย อันเป็นคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะผิดเพี้ยนไป จึงต้องจัดให้มีการประชุมทบทวนสอบทานที่เรียกว่า “การทำสังคายนา”

หลังพุทธปรินิพพานมีการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 1 ก็ยังใช้การท่องจำอยู่สืบต่อมา เรียกว่า “มุขปาฐะ” ซึ่งหมายถึง การท่องด้วยปาก การกล่าวด้วยปาก หรือการจดจำต่อเนื่องกันมาด้วยการสอนแบบปากต่อปาก ดังนั้นจึงมีการคัดเอาคำสอนที่สำคัญมาสวดกันอย่างเนืองนิตย์ และคำสอนสำคัญเหล่านี้นี่เองที่กลายมาเป็นบทสวดมนต์ในที่สุด  ซึ่งบางคราวขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงอาพาธก็ได้มีพระภิกษุมาสาธยายพุทธมนต์ให้พระพุทธองค์ได้ฟัง เช่น บทโพชฌงค์ 7 เพื่อจะทำให้พระองค์มีอาการอาพาธทุเลาลง เป็นต้น ดังนั้นบทสวดมนต์จึงมีอานุภาพมาก จนเมื่อมีการเขียนตัวอักษรก็ได้บรรจุบทสวดนี้ลงไป และพัฒนามาเป็นการพิมพ์หนังสือสวดมนต์ในปัจจุบัน

จะเห็นได้ว่าบทสวดมนต์แต่ละบทล้วนมีที่มาที่ไปและทรงคุณค่า สมควรแก่การศึกษาเรียนรู้และท่องเพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งนัก และสำหรับท่านใดที่มีความต้องการอยากจะพิมพ์หนังสือสวดมนต์สามารถเข้ามาติดต่อสอบถามได้ที่นี่เลยค่ะ www.boon-book.com

มาทำความรู้จัก spring balance กันเถอะ

spring balance 1

spring balance ความหมาย คือ ตาชั่งสปริง เป็นตาชั่งแบบแขวนใช้สปริง เกี่ยววัตถุที่จะชั่งน้ำหนัก โดยอาศัยน้ำหนักวัตถุที่ถ่วงดึงสปริง ที่มีเข็มชี้ขีดน้ำหนักต่างๆ

http://www.tigonbalancer.com/  นำเสนอเกร็ดความรู้ เกี่ยวกับการดูแลรักษาเครื่องชั่งมาฝากลูกค้าค่ะ

เครื่องชั่งดิจิตอลหรือเครื่องชั่งแบบต่าง เป็นเครื่องมือที่ต้องดูแลรักษาให้ดี เพราะถ้าดูแลไม่ดี อาจทำให้การชั่งผิดเพี้ยน ผิดวัตถุประสงค์ไปได้ครับ

เครื่องชั่ง (balance) เป็นเครื่องมือพื้นฐาน ที่พบได้ทั่วไปในห้องปฏิบัติการ ใช้ในการชั่งสารให้ได้ปริมาณตามต้องการ โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นเครื่องชั่งแบบไฟฟ้า แสดงผลเป็นตัวเลข ความละเอียดของการชั่ง 0.01 ถึง 0.00001 กรัม บริษัทผู้ผลิตมีหลายรุ่น หลายแบบให้เลือก ที่คุ้นหน้า คุ้นตา ก็เป็นของ satories Precision และ mettler

การใช้งานและการดูแลรักษาเครื่องชั่ง

จะต้องติดตั้งเครื่องชั่งในพื้นที่ที่ไม่มีการสั่นสะเทือน และอยู่ในแนวระนาบ เช่น ติดตั้งบนโต๊ะหินอ่อน เป็นต้น

ปรับระดับลูกน้ำให้อยู่ในตำแหน่งที่กำหนด

ในการวางสารเคมีต้องวางในตำแหน่งกึ่งกลางของจานชั่งเสมอ

ห้ามชั่งสารเคมีบนจานชั่งโดยตรง เพราะสารเคมีจะทำให้จานชั่งชำรุดเสียหาย ต้องชั่งสารเคมีในภาชนะอื่น เช่น ขวดชั่งสาร หรือครูซิเบิ้ล ส่วนในการชั่งสารที่กัดกร่อนโลหะได้ให้ชั่งสารในขวดชั่งสารที่มีฝาปิด

ห้ามชั่งสารเคมีในขณะร้อน ต้องรอให้สารนั้นเย็นลงจนถึงอุณหภูมิห้องเสียก่อน

ห้ามชั่งสารที่มีน้ำหนักมากกว่าความสามารถของเครื่องชั่ง

ขณะชั่งหากมีสารเคมีหกหล่น จะต้องรีบทำความสะอาดทันที

รักษาความสะอาดของเครื่องชั่งให้มีความสะอาดอยู่เสมอ และปิดด้วยผ้าคลุมเพื่อป้องกันฝุ่นเข้าไปในเครื่องชั่ง

จะต้องมีการปรับเทียบมาตรฐานของเครื่องชั่งเสมอ โดยใช้ตุ้มน้ำหนักมาตรฐานที่เหมาะสมกับน้ำหนักของสารตัวอย่างที่ต้องการชั่ง และไม่ใช้มือจับตุ้มน้ำหนักมาตรฐานต้องใช้คีมคีบ เพื่อป้องกันน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงไปจากไขมันที่ติดบนตุ้มน้ำหนักมาตรฐาน

 

 

เทคนิคปัดบลัชออนให้แก้มสวยและติดทนตลอดวัน

%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99

 

การแต่งหน้าช่วยเปลี่ยนให้ผู้หญิงธรรมดา ดูสวยงาม มีเสน่ห์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ใครที่เคยคิดว่าการปัด บลัชออน บนพวงแก้มเป็นเรื่องง่ายอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป หากจะปัดให้สวยเป๊ะเข้ากับตัวเพื่อนๆ เอง ก็ต้องอาศัยเทคนิคดีๆ กันหน่อย

เลือกสีให้เข้ากับผิว  จริงๆ การจะปัดแก้มให้สวยขึ้นหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับโทนสีของบลัชออนด้วยว่าเหมาะกับผิวของคุณหรือไม่ หากสาวๆ คนไหนมีผิวขาว ให้เลือกใช้บลัชออนสีชมพูหรือสีชมพูอมส้ม หากสีผิวกลางๆ ไม่ขาวไม่ดำก็ลองเลือกสีกุหลาบหรือส้มแอปริคอต จะช่วยให้ผิวสดใสขึ้น ส่วนสาวผิวคล้ำให้เลือกใช้สีแดงอิฐหรือสีพลัมมาปัด

บลัชออนสารพัดประโยชน์  เลือกบลัชออนสีน้ำตาลเข้มๆ นำมาใช้แถมยังเอามาทาเป็นอายแชโดว์เก๋ๆ ได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามีตลับเดียวใช้ได้ทุกสถานการณ์

ปัดวนๆ เป็นวงกลม  สาวๆ บางคนปัดแก้มเป็นเส้นชัดเจน ซึ่งการปัดแก้มแบบนั้นบอกเลยว่าไม่ถูกวิธี ทางที่ดีปัดให้ดูฟุ้งๆ เนียนๆ ไปกับผิวดีกว่า ด้วยการใช้วิธีปัดเป็นวงกลมขึ้นไปเบาๆ จะช่วยให้พวงแก้มดูสดใสเป็นธรรมชาติ

ฉีกยิ้มระหว่างปัด  เคล็ดลับเล็กๆ ในการปัดบลัชออนที่ช่วยให้พวงแก้มดูสวยสดใสราวกับเด็ก แค่เริ่มฉีกยิ้มให้เห็นจุดสูงสุดของแก้มชัดๆ จากนั้นปัดเฉียงขึ้นไปถึงกกหูเพื่อให้หน้าดูเรียวขึ้น

ลงบลัชออนก่อนแป้ง  สาวๆ หลายคนนิยมปัดบลัชออนหลังจากทาแป้งเสร็จ  แต่รู้หรือไม่ว่าการปัดบลัชออนก่อนลงแป้งทำให้พวงแก้มดูสวยกว่า  เพราะหากปัดบลัชออนหนักเกินไป เวลาปัดแป้งทับ สีก็จะดูกำลังพอดี ไม่เป็นตูดลิงแน่นอน